ปีที่ 59 ฉบับที่ 18371 วันศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2551
เกี่ยวกับไทยรัฐ    มูลนิธิไทยรัฐ    ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ  
ข่าวประจำวัน
   |    การเมือง    |    เศรษฐกิจ   |    กีฬา    |   บันเทิง    |    วิทยาการ    |    สังคม-สตรี    |    การศึกษา    |    การเกษตร    |    ต่างประเทศ    |    กทม.   |   

ในหลวง-ราชินี สลดพระทัย พม่าพุ่ง 2 หมื่นศพ [7 พ.ค. 51 - 04:09]

ความคืบหน้าพายุไซโคลน �นาร์กีส� ที่ซัดถล่มพม่า แถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีรวมทั้งเมืองย่างกุ้ง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. และสถานีโทรทัศน์ของพม่า ได้รายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ค. อ้างคำแถลงของนายเนียน วิน รมว.ต่างประเทศพม่า ที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุ �นาร์กีส� ซึ่งมีความรุนแรงระดับ 3 พุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 15,000 คน สูญหายอีกกว่า 30,000 คน เฉพาะเมืองโบกาเลย์แห่งเดียวมีเหยื่อสังเวยไซโคลนกว่า 10,000 คน บ้านเรือนพังราบเป็นหน้ากลองถึง 95% มีพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ 5 รัฐ ซึ่งมีประชากรอยู่รวมกัน 24 ล้านคน ต่อมาในช่วงค่ำวันที่ 6 พ.ค. สถานีโทรทัศน์พม่ารายงานยอดผู้เสียชีวิตว่า เพิ่มขึ้นเป็น 22,464 คนและยอดผู้สูญหายเป็น 41,000 คน ซึ่งนายเนียน วิน เผยว่า รัฐบาลกำลังประเมินความเสียหาย ในหมู่บ้านห่างไกลอีกหลายแห่งและได้ร้องขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากนานาประเทศ

ส่วนสถานการณ์ในเมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของพม่าหลังโดนไซโคลนถล่ม หลายพื้นที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มระเนระนาดกีดขวางถนน ประชาชนยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ยกเว้นบางคนที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานก๊าซ ส่วนราคาอาหารและเชื้อเพลิงก็ถีบตัวสูงขึ้นอีก รวมทั้ง 2 เท่า ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ต้องต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อน้ำดื่ม และต้องอาบน้ำตามแหล่งน้ำหรือทะเลสาบต่างๆ ที่อยู่ในเมืองแทน ชาวบ้านยังร้องเรียนด้วยว่า ทหารที่ถูกส่งมาช่วยเหลือชาวบ้าน เคลียร์พื้นที่และถนนให้แต่เฉพาะบริเวณบ้านคนใหญ่คนโตในเมืองก่อน ส่วนชาวบ้านทั่วไปรวมทั้งพระสงฆ์ในวัด ต้องจัดการกันเอาเอง นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากยังโกรธแค้นรัฐบาลที่ไม่มีการเตือนภัยที่ดีพอ ขณะเดียวกัน สมาคมเพื่อการช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ เผยว่ามีนักโทษในเรือนจำอิน เส่ง ถูกยิงสังหาร 36 ราย บาดเจ็บราว 70 คน ระหว่างนักโทษฉวยจังหวะเกิดพายุถล่มก่อจลาจล แต่เจ้าหน้าที่พม่าปฏิเสธรายงานดังกล่าว

องค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น คาดว่าไซโคลนนาร์กีส ทำให้มีผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยหลายแสนคน ซึ่งหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น รวมทั้ง สำนักงานประสานงานกิจการเพื่อมนุษยธรรมของยูเอ็น (OCHA) และองค์การกองทุนเพื่อเด็กของยูเอ็น (UNICEF) ต่างประสบปัญหาเรื่องการลำเลียงเครื่องบรรเทาทุกข์และการเข้าไปประเมินความเสียหายในพื้นที่ เป็นไปอย่างยากลำบาก ถนนหนทางถูกตัดขาด ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) วิตกว่าอาจเกิดโรคระบาดที่มียุงเป็นพาหะ อาทิ มาลาเรีย ในพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่างๆด้วย เนื่องจากน้ำอุปโภคบริโภคไม่สะอาดและกำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลพม่า เพื่อส่งทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือต่อไป

ด้านรัฐบาลประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ สหภาพยุโรป อังกฤษ แคนาดา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ชาติอาเซียนและอื่นๆ รวมทั้งไทย ต่างประกาศ ส่งความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันถ้วนหน้า แม้สหรัฐฯที่เคยประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่า หลังการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ยังเสนอความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 250,000 ดอลลาร์ต่อพม่า รวมทั้งตั้งทีมรับมือหายนภัย เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือ เช่นเดียวกับ นายบัน กี-มูน เลขาธิการยูเอ็น ที่กล่าวว่า ดูจากยอดผู้เสียชีวิตแล้ว น่าตกใจอย่างยิ่ง พร้อมให้คำมั่นยูเอ็นต้องทำทุกวิถีทางที่จำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ด้าน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน แถลงว่าอาเซียนกำลังติดต่อประสานงานกับสมาชิกและหน่วยงานช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือพม่าอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเพียงพอ

ข่าวระบุด้วยว่า ผลพวงไซโคลนนาร์กีส อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของพม่าไปยังศรีลังกาและบังกลาเทศ เพราะพื้นที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่เสียหายหนักจากพายุไซโคลน โดยก่อนเกิดพายุนาร์กีสถล่มพม่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งยูเอ็น (FAO) คาดการณ์ไว้ว่าพม่าจะส่งออกข้าวได้กว่า 5 แสนตัน

ในส่วน �เวิลด์ วิชั่น� องค์กรบรรเทาทุกข์ของชาวคริสเตียน หนึ่งในไม่กี่หน่วยงานระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปปฏิบัติงานในพม่า เผยว่า พม่าอาจได้รับผลเสียหายจากพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มรุนแรงกว่าคราวเกิดสึนามิถล่มเอเชียเมื่อปี 2547 ตอนนั้นพม่าได้รับความเสียหายไม่มากนัก และจากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตรวจสอบพบพื้นที่เสียหายเป็นบริเวณกว้างและมีศพเหยื่อเกลื่อนพื้นที่ประสบภัย

ส่วนสำนักวาติกันออกแถลงการณ์ระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 องค์ประมุขของคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อพายุไซโคลน และทรงเรียกร้องให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างดีพร้อม ขณะที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) พรรคฝ่ายค้านในพม่าของนางอองซาน ซูจี แถลงการณ์ เดินหน้าลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลหลังเกิดพายุไซโคลนถล่ม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการมองข้ามเหยื่อผู้ประสบภัยพิบัติ

วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปถึงประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐแห่งสหภาพพม่า กรณีการเกิดพายุไซโคลน �นาร์กีส� พัดถล่มพม่า ความว่า ข้าพเจ้าและสมเด็จพระราชินี รู้สึกเศร้าสลดใจยิ่งนักที่ได้ทราบข่าวพายุไซโคลน �นาร์กีส� ในประเทศของท่าน ซึ่งทำให้ มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ข้าพเจ้าและสมเด็จพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านและประชาชนชาวพม่า ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการสูญเสียอันน่าเศร้าและใหญ่หลวงครั้งนี้

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้หารือกับนายเยวิน เอกอัครราชทูตสหภาพพม่าประจำประเทศไทย และมอบเงิน 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ นำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยพายุนาร์กีสในพม่า จากนั้นนายนพดลเผยว่า ไทยได้ขอให้พม่าเปิดรับความช่วยเหลือจากทั่วโลกและดูแลไม่ให้ ภัยพิบัติครั้งนี้กระทบต่อการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ซึ่งนายเยวินยืนยันว่า พม่าจะยังคงเดินหน้าทำประชามติต่อไป ส่วนความช่วยเหลือด้านต่างๆเบื้องต้น พม่าขอความช่วยเหลือเรื่องปัจจัย 4 ซึ่งไทยจะพิจารณาช่วยเหลือ นอกจากนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และตน ได้มีสารแสดงความเสียใจต่อเหตุภัยพิบัติครั้งสำคัญไปยังนายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพพม่าด้วย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวว่า สถานการณ์ที่พม่ารุนแรงกว่าที่คิด ตอนแรกทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าว จำนวน 350 คน จึงจะส่งเงินไปช่วยเหลือจำนวน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ต่อมาพบว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นหลายพันคน จึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขจัดเครื่องบินที่จะให้ความ ช่วยเหลือ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯเช้าวันที่ 6 พ.ค. มีเวชภัณฑ์ 30 ตัน และของกินของใช้จากสภากาชาด 12 ตัน ไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ หากพม่าอนุญาตให้ไทยช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็จะนำทีมแพทย์และพยาบาลที่จะไปดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวน 20 ทีม รวมทั้งทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการปราบปรามโรคระบาดอีก 20 ทีม มีทั้งหมด 40 ทีมเตรียมไว้ ถ้าพม่าไฟเขียวอนุญาตให้ เข้าไปช่วยเหลือก็ได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ โดยใช้เครื่องบินซี-130 ขนไป ไทยจะพรวดพราดไปไม่ได้ ต้องแจ้งให้ทางโน้นรับทราบก่อน

ที่ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ เวลา 12.30 น. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด รับมอบผลิตภัณฑ์อาหารซีพี-ซีพีเอฟ อาทิ ข้าวสาร ไข่สมุนไพร หมูหยอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอกและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 550,000 บาทจากนายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และนายณัฐกฤช ศิวะศรี รองประธานเขตประเทศพม่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลน จากนั้น พล.อ.บุญสร้างได้มอบสิ่งของทั้งหมดให้กับนายเยวิน เอกอัครราชทูตพม่าประจำประเทศไทย นำขึ้นเครื่องบินซี-130 ของกองทัพอากาศ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนชาวพม่าต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ยังได้จัดส่งยาและเวชภัณฑ์ รวม 14 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตามคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี ไปช่วยเหลือพม่าด้วย

ด้านประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐฯแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าอนุญาตให้หน่วยรับมือภัยพิบัติฉุกเฉินของสหรัฐฯเข้าสู่พม่า และย้ำว่า สหรัฐฯพร้อมจะช่วยบรรเทาทุกข์ชาวพม่าอย่างมากมายกว่าที่เป็นอยู่ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดีย (ไอเอ็มดี) เผยว่า ได้แจ้งเตือนทางการพม่าล่วงหน้าถึง 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ว่าไซโคลนนาร์กีสจะพัดเข้าถล่มพม่า

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จากแผนที่ซึ่งจัดทำขึ้นด้วยภาพถ่ายทางดาวเทียมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บริเวณที่ถูกไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มย่อยยับ มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลราว 11,600 ตารางไมล์ หรือราว 30,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ภัยพิบัติดังกล่าวอยู่ระหว่างทะเลอันดามันและชายฝั่งอ่าวมะตะบัน กินอาณาบริเวณเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งหมดของสหภาพพม่า แต่เขตที่ได้รับผลกระทบจากไซโคลนนาร์กีสถล่มครั้งนี้ เป็นเขตที่มีผู้คนอาศัยอยู่ หนาแน่น รวมแล้วเกือบ 1 ใน 4 หรือเกือบ 25 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรพม่าทั้งหมด 57 ล้านคน ดังนั้น ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายจึงสูงมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ระบุพื้นที่สามเหลี่ยม ปากแม่น้ำอิระวดีแถบชายฝั่งภาคตะวันตกของพม่า มีลักษณะภูมิประเทศที่ลุ่มต่ำ แต่เป็นถิ่นฐานพำนักของประชาชนมากราว 6 ล้านคน พื้นที่ดังกล่าวก่อตัวเป็นลักษณะดินดอนปากแม่น้ำ และมีลำคลองตัดขวางเป็นลักษณะกากบาท นายหม่อง หม่อง สเว รมว.กิจการกู้ภัยและการจัดตั้งถิ่นฐานของพม่า เปิดเผยว่า ในช่วงพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มพื้นที่ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดคลื่นสูงถึงราว 3.5 เมตร ม้วนพัดถล่มชายฝั่งพื้นที่ลุ่ม ทำให้ชาวบ้านหนีไปไหนไม่ได้ จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
 ฤทธิ์ 'นาร์กิส' ถล่มพม่ายับ ตายนับหมื่น ไทยร่วมช่วย [6 พ.ค. 51 - 04:08]
 

อีเมล์ผู้ส่ง   

อีเมล์เพื่อน   

 


 

คำสืบค้น : เกมส์ | ฟังเพลง | งานราชการ
Copyright © Vacharaphol Co.,Ltd. 1 Viphavadirangsit Rd. Bangkok 10900 Thailand e-mail: webmaster@thairath.co.th
Advertising Contact Tel. (662) 636-0726   Email : thairath@admaxnetwork.com     Developed by Kapook.com