พระราชวังรัตนรังสรรค์ และพระราชวังต่าง ๆ ในประเทศไทย

พระบรมมหาราชวัง

                วังใหญ่ของพระมหากษัตริย์ ราษฎรเรียกว่าวังหลวง หมายถึงสถานที่พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ประทับ เป็นศูนย์บัญชาการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นศูนย์กลางสำหรับตั้งการพระราชพิธี ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ถือว่าเป็นพระราชวัง เรียกว่าพระราชวังหลวง ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โปรดให้ประกาศยกฐานะขึ้นเป็นพระบรมมหาราชวัง ในกาลต่อมาแม้พระมหากษัตริย์จะมิได้เสด็จประทับพระบรมมหาราชวังก็ตาม แต่พระบรมมหาราชวัง ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางสำหรับการประกอบพระราชพิธี และใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะ

พระบรมมหาราชวัง

พระราชวัง

                หมายถึง วังของพระมหากษัตริย์มีระดับความสำคัญรองจากพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกัน วังใดที่จะเรียกว่าระราชวังได้นั้น ตามขัตติยราชประเพณีอันมีมาแต่กาลก่อน พระมหากษัตริย์จะทรงประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาขึ้นเป็น พระราชวัง มิใช่ว่าวังใดที่จัดเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แล้วจะเรียกว่าพระราชวังทั้งหมด บรรดาวังที่มีประกาศพระบรมราชโองการยกขึ้นเป็นพระราชวังแล้วนั้น ตามหลักฐานที่ปรากฏใน ประชุมพงศาวดารภาค ๒๖ เรื่องตำนานวังเก่า  ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย)  มี ๑๙ พระราชวัง สร้างในรัชกาลต่าง ๆ  ดังนี้

สร้างในรัชกาลที่ ๑

๑.       พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)  ปัจจุบัน คือบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

๒.     พระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง) ปัจจุบัน คือบริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลศิริราช และสถานีรถไฟธนบุรี

สร้างในรัชกาลที่ ๔

๑.       พระราชวังนันทอุทยาน ปัจจุบัน คือบริเวณหน่วยงานกองทัพเรือ (กรุงเทพฯ)

๒.     พระราชวังปทุมวัน ปัจจุบัน คือบริเวณที่ตั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลเทรด (กรุงเทพฯ)

๓.     พระราชวังสราญรมย์ ปัจจุบันคือบริเวณที่ตั้งกระทรวงการต่างประเทศเดิม (กรุงเทพฯ)

๔.     พระราชวังเมืองสมุทรปราการ

๕.     พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๖.      พระราชวังจันทร์เกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๗.     พระราชวังท้ายพิกุล จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันผุพังไปหมดแล้ว

๘.     พระราชวังพระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี

๙.      พระราชวังสีทา จังหวัดสระบุรี ปัจจุบันเหลือแต่พื้นที่ซึ่งราษฎรอยู่อาศัยไปหมดแล้ว

สร้างในรัชกาลที่ ๕

๑.       พระราชวังดุสิต และ พระราชวังพญาไท (กรุงเทพฯ)

๒.     พระราชวังตามหัวเมือง ๖ แห่ง (โปรดดูรายละเอียดต่อไป)

สร้างในรัชกาลที่ ๖

๑.       พระราชวังสนามจันทร์  จังหวัดนครปฐม

วัง

                หมายถึง ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ (ซึ่งมิได้ทรงประกาศพระบรมราชโองการยกขึ้นเป็นพระราชวัง) พระมหาอุปราช ตลอดไปจนถึงพระบรมวงศานุวงศ์และหม่อมเจ้า  เช่น วังไกลกังวล วังศุโขทัย วังบูรพาภิรมย์ วังรื่นฤดี  วังวรดิศ  เป็นต้น  แต่ที่อยู่ของหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวงไม่เรียกว่าวัง

วังไกลกังวล  (พระตำหนักเปี่ยมสุข)

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

พระตำหนัก

                หมายถึง อาคารที่ประทับของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช หรือสมเด็จพระบรมราชกุมารี เช่น พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระตำหนักเปี่ยมสุข พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์  พระตำหนักสิริยาลัย พระตำหนักดอยตุง เป็นต้น

ตำหนัก

                หมายถึง อาคารที่ประทับของพระราชวงศ์ ไม่ว่าพระราชวงศ์นั้นจะทรงดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หรือหม่อมเจ้าก็ตาม เรียกว่าตำหนักทั้งสิ้น

พระที่นั่ง

                หมายถึงเรือนหลวงในพระบรมมหาราชวังและในพระราชวัง ทั้งประเภทเรือนยอดที่เรียกว่าปราสาท เช่น พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  หรือเรือนหลังคาจั่วคือเรือนหลังคาไม่มียอด ปลูกสร้างไว้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์  เช่น พระที่นั่งบรมพิมาน และยังหมายถึงสถานที่ภายในองค์ปราสาทที่ใช้สำหรับกิจการต่าง ๆ เช่น พระที่นั่งภัทรบิฐ เป็นต้น

            ด้วยฐานะทางสังคมที่มีความแตกต่างลดหลั่นกันลงมาของเจ้านายดังกล่าวนี้ที่ประทับจึงมีชื่อเรียกและความหมายที่แตกต่างกัน รวมไปถึงขนาดและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมก็แตกต่างกัน นอกจากนั้นในอดีตวังระดับเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้าก็ยังมีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมบางอย่างที่เป็นเครื่องบ่งชี้ของฐานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนอีกด้วย

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

พระที่นั่งบรมพิมาน

พระที่นั่งพุตตานกาญจนสิงหาสน์

 

พระราชวังรัตนรังสรรค์

พระราชวังรัตนรังสรรค์ถือเป็นพระราชวังที่มีการประกาศพระบรมราชโองการยกขึ้นเป็นพระราชวัง ๑ ใน ๑๙ แห่งของประเทศไทยและเป็นพระราชวัง ๑ใน ๖ แห่งที่สร้างขึ้นตามหัวเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ดังนี้

พระราชวังบางปะอิน

พระราชวังจุฑาธุชราชฐาน

               

                ๑. พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา                    ๔. พระราชวังริมน้ำเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

๒. พระราชวังจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี              ๕. พระราชวังรัตนรังสรรค์ จังหวัดระนอง

                ๓. พระราชวังบนเขาสัตนาถ จังหวัดราชบุรี                 ๖. พระราชวังบ้านปืน จังหวัดเพชรบุรี          

 

พระราชวังบนเขาสัตนาถ

พระราชวังบ้านปืน (พระรามราชนิเวศน์)

          เรื่องตำนานพระราชวังรัตนรังสรรค์นั้น เกี่ยวข้องตำนานเมืองระนอง โดยปี  พ.ศ. ๒๔๓๓   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก เป็นครั้งแรกที่จะได้เสด็จไปถึงเมืองระนอง พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง) สร้างที่ประทับรับเสด็จที่บนเนินควนอันอยู่กลางเมือง  สร้างล้วนด้วยเครื่องก่อประกอบกับไม้แก่นอย่างมั่นคง  ประสงค์จะถวายเป็นราชพลีสนองพระเดชพระคุณซึ่งได้ทรงชุบเลี้ยงสกุลวงศ์มา   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทอดพระเนตรเห็นดำรัสว่า...ทำงดงามมั่นคงสมควรจะเป็นวังยิ่งกว่าจะเป็นพลับพลา...  จึงพระราชทานนามว่า พระราชวังรัตนรังสรรค์  ให้เป็นเกียรติยศแก่เมืองระนองและสกุลของพระยารัตนเศรษฐีด้วย แต่ทรงพระราชดำริว่าที่เมืองระนองนาน ๆ จะเสด็จประพาสครั้งหนึ่ง วังทิ้งไว้เปล่าก็จะชำรุดทรุดโทรมเสีย   จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า  โดยปกติให้ใช้พระราชวังนั้นเป็นศาลารัฐบาลและทำพิธีสำหรับบ้านเมือง ต่อมีการเสด็จประพาสเมื่อใดจึงให้จัดเป็นที่ประทับ  ต่อมาองค์พระที่นั่งชำรุดทรุดโทรม จึงดัดแปลงสร้าง  เป็นตึก แล้วใช้เป็นศาลากลางเมืองระนอง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ และ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้เคยประทับแรม ณ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์องค์ใหม่นี้

จนกระทั่งปี ๒๕๐๗ จึงได้มีการรื้อถอนอาคารพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ทั้งหมด แล้วสร้างเป็นศาลากลางหลัง

ปัจจุบัน ต่อมาในปี 2545 จังหวัดระนองได้มีโครงการก่อสร้างพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เดิมเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรมของพระมหากษัตริย์ทั้ง ๓ พระองค์ และจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนองอีกด้วย

ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๗ คณะกรรมการบริหารพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลอง จึงมีมติที่ประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๔๗ ว่าให้เรียกชื่อพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองเป็น พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)  และสามารถเรียกได้ทั้งสองชื่อ  เนื่องจากคำว่าพระที่นั่งหมายถึงอาคารหนึ่งภายบริเวณในพระราชวังนั่นเอง  ขณะนี้พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)  อยู่ระหว่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ และเตรียมจัดสิ่งของแสดงภายใน ทั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการได้ภายในปี  ๒๕๔๘ 

ชาวระนองจึงควรมีภาคภูมิใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงยกพระที่นั่งขึ้นเป็นพระราชวังรัตนรังสรรค์ เพื่อเป็นเกียรติยศแก่เมืองระนองดังที่ทรงมีพระราชดำริไว้  อนึ่ง ระหว่างนี้หากผู้สนใจท่านใดต้องการทราบรายละเอียดประวัติความเป็นมาของพระราชวังรัตนรังสรรค์หรือชมบริเวณพระราชวัง สามารถติดต่อเข้าชมได้จากเจ้าหน้าที่ ในวันจันทร์ วันศุกร์ เวลา ๐๘.๓๐ น. ๑๖.๓๐ น.  เว้นวันหยุดราชการ

เอกสารอ้างอิง

-          ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๒๖                                                โดยหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร

-          ตำนานวังเก่า                                                                           พระนิพนธ์ในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

-          วัง และ ตำหนัก                                                                       โดยระพีพรรณ  ใจภักดี (สำนักพิมพ์แสงแดด)

-          หนังสือราชาศัพท์                                                                   โดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ

-          ข้อพึงปฏิบัติในการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท           โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

เรียบเรียงโดย

นายธนกร  สุวุฒิกุล (ศศ.บ.ไทยคดีศึกษา)  เจ้าหน้าที่ประจำพระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือ เข้าชม โทร. ๐ ๑๒๗๑ ๓๘๙๖ / dhanakornsuwuttikul@yahoo.com