เ รื่ อ ง เ ล่ า จ า ก อ า เ อี ย

เล่าเรื่องไปเมืองอังกฤษ

1.เล่าเรื่องไปอังกฤษ
2.อาร์เซนอล 0 -
มิดเดิ้ลสโบรซ์ 3
3.The Phantom of The
Opera
4.Jesus Christ Superstar


บ ท สั ม ภ า ษ ณ์

ปิยะพร ศักดิ์เกษม
'นิยายรักใช่น่ารังเกียจ'

: : สัจจภูมิ ละออ


บ ท ค ว า ม

ในห้วงคมอักษร
: : สวิริญช์


บ ท วิ จ า ร ณ์

ดอกไม้ในป่าหนาว
ดอกไม้ในป่าหนาว :
สะท้อนอะไรในสังคม

: : พวงแก้ว ลภิรัตนกุล
ระบำดาว
คุณค่าของมนุษย์ อยู่ที่มนุษย์เป็นผู้ "เลือก" กำหนด
: : รื่นฤทัย สัจจพันธ์
รากนครา
ไร้ราก ก็ไร้กิ่ง ก้าน
ดอก ผล ใบ และชีวิต

: : จรูญพร ปรปักษ์ประลัย
ใต้เงาตะวัน
ใต้เงาตะวัน : เหลี่ยมมุมมนุษย์
: : เทวทัต
เ รื่ อ ง เ ล่ า จ า ก อ า เ อี ย ด
เ ล่ า เ รื่ อ ง ไ ป เ มื อ ง อั ง ก ฤ ษ
ตอนที่ 2. อาร์เซนอล 0 - มิดเดิ้ลสโบรซ์ 3 โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม
รวบรวมเรียบเรียงจาก กระทู้ที่ 184 ใน Chulabook.com

ปิยะพร
ศักดิ์เกษม :
30 เม.ย. 2544
11:00 น.
อ่านเรื่องม้าป่าในตอนที่แล้วจบแล้วมาอ่านเรื่องฟุตบอลกันต่อนะคะ
พี่เปียไปแวะเวียนที่หน้าสนามไฮบิวรี่ของ ทีมฟุตบอลอาร์เซนอล ครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว วันที่ไปถึงวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ไม่มีการแข่งขัน แต่มีกิจกรรมของอาร์เซนอล จูเนียร์ คลับ บรรยากาศที่ได้พบน่าประทับใจมาก เด็กๆ 5-12 ขวบ พร้อมผู้ปกครองล้วนใส่เสื้อทีม เดินกันขวักไขว่ในละแวกนั้น สนามไฮบิวรี่เป็นสนามเล็กๆ จุ คนดูได้เพียง สามหมื่นแปดพันคนเท่านั้นเอง ตั้งอยู่ในเขตที่อยู่อาศัย เรียกว่าเดินจากสนามข้ามถนนก็เปิดประตูเข้าบ้านได้เลย... แทบทุกบ้านมีธงของทีมประดับที่หน้าต่าง เราเข้าไป ในร้านของสโมสรที่แออัดไปด้วยเด็กๆ คุณแม่คนหนึ่งกำลังซื้อเสื้อให้ลูกชาย อายุราว 8 ขวบ เธอบอกว่า ขอซื้อเดวิด ทีเชิ้ต...เจ้าลูกชายรีบเงยหน้าบอกแม่อย่างฉุนๆ "His name is Dennis not David!" คุณแม่ก็ได้แต่ "Sorry, Dear"ก่อนหันไปสั่งใหม่ เธอคงไม่รู้ว่าความไม่รู้ของเธอทำให้ลูกชายเสียหน้าเป็นอันมาก ทุกคนที่อยู่ในร้านนั้น (ความจริงน่าจะในละแวกนั้นทั้งหมด) รู้ดีว่า ดาราของอาร์เซนอลที่ลูกชายของเธอต้องการเสื้อพิมพ์ภาพของเขานั้นคือ "เดนนิส เบิร์กแค้มป์" ไม่ใช่ "เดวิด เบ็คแคม"ที่กำลังโด่งดังเป็นข่าวรายวัน (และเป็นดาราของทีมคู่แข่ง)อย่างที่เธอเข้าใจ ภาพที่ได้เห็นในวันนั้นประทับใจจนทำให้พี่เปียซึ่งเคยแค่เป็นแฟนทีมอาร์เซนอล กลายเป็นแฟนตัวจริง ที่ตั้งใจจะดูบอลในไฮบิวรี่ให้ได้สักนัด

หลังจากนั้นเราแวะเวียนไปที่โฮบิวรี่ ทุกครั้งที่มีธุระต้องเดินทางไปอังกฤษ แต่ไม่เคยได้ตั๋วเข้าชมเกม มีอยู่ครั้งหนึ่งมีคนมาเสนอขายตั๋วผี ซึ่งเราก็ไม่รับข้อเสนอ จนกระทั่งปีนี้ ที่โชคดีได้ตั๋วนัด อาร์เซนอล-มิดเดิ้ลโบรซ์

เราเดินทางไปถึงสนามก่อนเวลาแข่งร่วมสองชั่วโมง แต่แค่ลงจากรถไฟใต้ดินก็ตื่นเต้น คึกคัก บรรยากาศ "มันส์" สุดจะบรรยายแล้วค่ะ บางคนแต่งตัวมาจากบ้าน ใส่เสื้อทีม พันผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก ขาวแดงครบเครื่อง บางคนก็มา "แปลงกาย"ที่สถานีรถไฟปลายทางหน้าสนามฟุตบอลนั่นเอง สนามกับสถานีรถไฟใกล้กันมาก...โผล่ไปเหลียวซ้ายนิด ก็เจอเลย อาเอียดในสนามไฮบิวรี่ ต้องใส่แว่นค่ะ กลัวเห็นหน้า "โรแบร์ ปิแรส"ไม่ชัด
ปกติก่อนออกจากสถานีเราต้องเดินเข้าไปในช่องสอดตั๋วเหมือนรถไฟฟ้า BTS นั่นแหละค่ะ เนื่องจากในเวลาปกติอาร์เซนอลเป็นสถานีเล็กๆ มีทางออกแค่สองช่องเท่านั้น วันนี้เป็นวันแข่งที่ต้องรับผู้คนนับหมื่นเขาจึงเอาช่องประตูออก ปล่อยเป็นทางโล่งให้ระบายคนได้มากๆ ...ทุกคนก็เดินชูตั๋วรถไฟผ่านออกไป คนมาก...ตำรวจก็มาก...เยอะมากกกกจริงๆ ทั้งตำรวจม้า ตำรวจคน เขารักษาความปลอดภัยได้ดีค่ะ...ไม่มีทางเลยที่ใครจะทำซ่าแล้วเผ่นหนี เพราะมีตำรวจและม้าอุดอยู่ทุกทางแยก แถมด้วยพนักงานรักษาความปลอดภัยใส่เสื้อสะท้อนแสงอีกเป็นสิบๆ คน(เท่าที่เห็น) ไอ้ที่ไปตีๆ กันนั้น ไม่เคยใช่ตีกันในสนามหรือหน้าสนาม มักเป็นการตีกันก่อนหรือหลังเกม ที่หน้าผับ เสียมากกว่า ฟุตบอลอันที่จริงเป็นเกมของผู้ใช้แรงงาน พวกผู้ดีเขาเล่นโปโลกัน เท่าที่ดู...บรรดาแฟนบอลก็ล้วน ชาวบ้านและผู้ใช้แรงงานจริงๆ อบอุ่น น่ารัก แบบชาวบ้านๆ มากเลยค่ะ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่พาลูกเล็กๆ มาด้วย ที่นั่งข้างหน้าพี่เป็นปู่พาหลานชายมา...พี่คะยั้นคะยอให้พ่อหนูยืนดูบนเก้าอี้แกก็ไม่ยอม เอาแต่ส่ายหน้าและอมยิ้มอย่างเดียว
และแม้ส่วนใหญ่จะดูเป็นผู้ใช้แรงงานแต่เขาก็สุภาพนะคะ พูดคุยด้วยอย่างไม่ตระหนี่ตัว ขอโทษขอบคุณเสมอเวลาเดินเข้าเดินออก มีบ้างระหว่างเกม...จะมีเสียงสบถ "F**k off" (คำอื่นก็คงมี แต่ฟังไม่ออก อิ อิ) แต่ก็คงเป็นธรรมดาของการเชียร์บอล และทุกคนนั่งที่ค่ะ ไม่มีใครยืนบังใคร ถ้าผุดฮือลุกขึ้นยืนก็คือมีเหตุตื่นเต้นให้ต้องยืนทั้งสนาม แล้วทุกคนก็พร้อมใจกันรีบลงนั่งเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไป นักฟุตบอลกำลังวอร์ม

เกมวันนั้น อาร์เซนอล แพ้คาสนามของตัวเอง 3-0 เป็นการแพ้ทีมมิดเดิ้ลโบรซ์ในสนามไฮบิวรี่ครั้งแรกในรอบ 62 ปี และเป็นการแพ้ในสนามของตัวเอง ครั้งแรกในรอบ 14 เดือน... "เป็นอาถรรพ์ที่ใครบางคนเข้าไปเชียร์หรือเปล่าน้าาาา @^_^@" ครึ่งแรกกองเชียร์ก็ยังคึกคักกันอยู่ ร้องเพลง ตบมือ ให้กำลังใจทีม พอครึ่งหลังชักเงียบ แต่ก็ไม่มีเสียงโห่หรือด่าทีมเลยนะคะ มีหนุ่มน้อยคนหนึ่ง(น่ามอบโล่ให้จริงๆ) อายุราว 6-7 ขวบ เป็นคนเดียวที่ส่งเสียงเชียร์อย่างไม่ย่อท้อ...เดี๋ยวๆ ก็มีเสียงเล็กๆ ใสๆ ตะโกน คัมมอน โทนี่, โก โก เธียรี่, วิ เอ......ร่า! ร้องอยู่คนเดียวจริงๆ จนจบเกม

พี่เป็น The Kop แต่วันนั้นก็เสียใจกับ แฟนอาร์เซนอลมาก และขอยืนยัน โรแบร์ ปิแรส เบอร์ 7 ของอาร์เซนอล ถ่ายรูปไม่ขึ้นเลยค่ะ ตัวจริง หล่อออออออออ มากกกกกกกกก...สูง ยิ้มสวย คิ้วเข้ม ตาคมกริบ... เล่าแค่นี้ดีกว่า พี่เปียค้อนแล้วง่ะ ตอนหน้าจะมาเล่าเรื่องละครนะคะ

ปิยะพร
ศักดิ์เกษม :
2 พ.ค. 2544
11:09 น.
ลืมบอกไป วันที่ไปดูได้นั่งฝั่งเดียวกับซุ้มตัวสำรองเลยค่ะ อุโมงค์ที่ทีมวิ่งออกมาก็อยู่ตรงนั้น และสนามเล็กมากนะคะ เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะ เป็นสนามฟุตบอลอย่างเดียว ไม่มีลู่วิ่งเหมือนที่สนามศุภฯ หรือรัชมังคลาฯ พวกแฟนบอลที่เป็นคนพิการได้รับการดูแลอย่างดีมาก เขาจัดที่ให้ดูแบบใกล้ชิดและสะดวกสบายจริง ๆ ค่ะ เป็นที่นั่งพิเศษเกือบติดขอบสนาม และมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกต่างหากด้วย

ถ้าใครอยากเห็นโรแบร์ ปิแรส รอดูวันเสาร์นี้ซิคะ คิดว่าน่าจะมีถ่ายทอด อาร์เซนอล-ลีดส์ ตอนเห็นรูปก็เฉย ๆ ค่ะ (บอกแล้วว่าถ่ายรูปไม่ขึ้น) พอเห็นตัวจริง.... :P

โรแบร์ ปิแรส มีคนแซวด้วยความอิจฉาเล็ก ๆ ว่า "หน้ายังกะ ถั่วแระ เชิญยิ้ม!"

back top next

โฮมเพจนี้ มิใช่โฮมเพจที่เป็นทางการ จัดทำขึ้นเพื่อมีเจตนาเผยแพร่ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณปิยะพร ศักดิ์เกษมและผลงานของเธอ
..มิได้ทำขึ้นเพื่อการค้าหรือผลประโยชน์อื่นใด ลิขสิทธิ์ของงานที่อ้างถึงและอ้างอิงยังเป็นของเจ้าของงานเช่นเดิม