ประมวลข่าวการศึกษาในรอบเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2540

กระทรวงศึกษาธิการจับมือกระทรวงแรงงานร่วมพัฒนาฝีมือแรงงาน

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 40 นายสุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผย ถึงความร่วมมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการเรียนรู้ของเยาวชน กำลังแรงงาน และผู้ด้อยโอกาสให้มี ความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ และการยกระดับคุณถาพชีวิตให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ระยะที่ 8 กับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าจากการสำรวจข้อมูลในหลาย ๆ ด้าน พบว่า ผู้อยู่ในวัยแรงงานหรือผู้มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป ประมาณ 41.2 ล้านคน ได้รับการศึกษาเพียง 5.3 ปี เท่านั้น ซึ่ง ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ยุคไอเอสโอ 9000 ถือเป็นความล้มเหลวในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ถ้า เป็นเช่นนี้อีก 4 - 5 ปี โรงงานก็ไปไม่รอด เพราะไม่มีผลผลิต หรือมีก็มีคุณภาพต่ำ ไม่สามารถแข่งขันกับตลาดโลก ได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลชุดนี้จึงมีนโยบายให้ประชาชนได้รับการศึกษาทุกคน อย่างน้อย 12 ปี ผู้ที่จะเข้าสู่ระบบ โรงงาน และผู้ที่อยู่ในโรงงานแล้ว นอกจากนี้ จากการพูดคุยกันยังตกลงที่จะให้ความรู้วิชาชีพแก่ทหารประจำการ ทุกคนด้วย ในโอกาสเดียวกันนี้ นายฉัตรชัย เอียสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ได้กล่าว เสริมว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีในความร่วมมือระหว่างภาครัฐด้วยกัน หลายรัฐบาล ที่ผ่านมาตั้งเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนมาเรื่อย ๆ 6 ปี 9 ปี นายสุขวิช รังสิตพล เป็นคนแรกที่ประกาศ 12 ปี ซึ่งจะสามารถยกระดับบุคลากรเป็นฐานเพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ แต่จากประสบการณ์ของตน ปัญหา ที่พบเกี่ยวกับความร่วมมือ คือ การไม่เข้าใจ ความหวาดระแวงการใช้งบประมาณและเครื่องมือซ้ำซ้อน แต่เป็นที่ น่ายินดีว่าในความร่วมมือของทั้งสองกระทรวงในครั้งนี้ อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจจริงจังจริงใจและเข้าใจใน บทบาทของแต่ละฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งในรายละเอียดผู้ปฏิบัติจะได้ประชุมร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาของ กระทรวงแรงงาน ฯ ในขณะนี้ คือ ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรเพื่อการฝึกอบรม ซึ่งจะต้องร้องขอให้กระทรวง ศึกษาธิการช่วยเหลือต่อไปี

 

หนุนการจัดตั้งศาสนาจังหวัดทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 40 นายสังข์ทอง ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผย ถึงแนวทางพัฒนางานของกรมศาสนาว่า พระพิศาล พัฒนาธร จากวัดปทุมวราราม ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายสงฆ์ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปัญหาในแวดวงพระศาสนาว่า สาเหตุหนึ่งมาจากกรมศาสนาไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำในส่วน ภูมิภาคคือจังหวัดในการเฉพาะในการประสานงานกับกรมศาสนา จึงเสนอให้มีการจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ไป ประจำในระดับจังหวัด โดยตั้งให้เป็นศาสนพิธีจังหวัด อำเภอ และตำบล ซึ่งตนก็เห็นด้วยกับแนวเสนอของ พระพิศาบพัฒนาธร ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายคณะสงฆ์ จึงได้มอบให้ทางกรมศาสนาไปศึกษาว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ และตนจะหารือกับปลัดกระทรวงศึกษาธิการถึงความเป็นไปได้ที่จะโอนฝ่ายบุคลากรบางส่วนมาทำงานด้านศาสนา โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวทางแก้ไขเรื่องการเข้าทรงเจ้าในบริเวณวัดด้วย โดยได้ให้ทางกรมศาสนา นำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อให้ทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศว่า การทรงเจ้าไม่มี กำหนดไว้ในพุทธบัญญัติ ขออย่าให้วัดเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณเดียวกันกรมการศาสนาก็จะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้กวดขันด้วย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน นายสังข์ทอง ศรีธเรศ ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวถึงพฤติกรรมของสงฆ์บางหมู่ บางรูปว่า ไม่ควรจะเอา พฤติกรรมของพระบางรูปมาลบล้างภาพพจน์ของพระส่วนใหญ่ที่ประชาชนกราบไหว้บูชา ด้วยความสนิทใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เห็นพฤติกรรมของพระบางรูปแล้วรู้สึกเสียดาย เพราะไม่ใช่พฤติกรรมที่สงฆ์พึงปฎิบัติ ทำให้คนที่เป็นชาวพุทธรู้สึกท้อแท้ สับสน ตนเองรู้สึกไม่สบายใจหลังจากภาพที่เห็นและจากจดหมายที่มีผู้เขียน มาบอกเล่าให้ฟังเท่าที่ตนรวมรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาในวงการสงฆ์ พบว่ามีผู้กระทำผิดละเมิดพระธรรมวินัย อย่างร้ายแรง เช่น มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงนั้นจะได้รับโทษเพียงจับสึก ไม่มีความผิดกฎหมายบ้านเมือง และ อาจกลับมาบวชใหม่ได้ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องมีการเพิ่มบทลงโทษทางอาญาลงใน พรบ.คณะสงฆ์ปัจจะบัน นายสังข์ทอง ศรีธเรศ กล่าวอีกว่า ไม่ว่าสถาบันใดจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนอยู่เสมอ ที่สำคัญเรา จะต้องปกป้องคนดีและพยายามขจัดคนไม่ดีออกไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในภาพรวม เพราะถ้าหาก ภาพรวมเสียหายแล้ว ย่อมยากที่จะลบล้างได้

 

การปลดเปลื้องหนี้สินครูจะต้องให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดภาคเรียน

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 40 นายจำลอง ครุฑขุนทด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผย ถึงการปลดเปลื้องหนี้สินของครูว่า เงินปลดเปลื้องหนี้สินข้าราชการครู ในขณะนี้ กระทรวงการคลังได้โอนเงิน ไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ข้าราชการครูได้ยืมเงินไปใช้หนี้สิน คาดว่า ต้องเสร็จก่อนการเปิดเรียนแน่นอน และขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ตำแหน่งอัตราการเพิ่มจำนวนครูนับเป็น หมื่น ๆ คน เพราะฉะนั้นต้องมีการพัฒนาเกี่ยวกับครูไปเรื่อย ๆ ต้องมีเหตุมีผลกับเกณฑ์ที่ได้วางไว้ข้างหน้า ส่วน การรับนักศึกษาใหม่ของสถาบันราชภัฎ ทางสถาบันราชภัฎต้องการให้ทุกคนได้เรียนหนังสือโดยเท่าเทียมกัน ทางสถาบันจะรับเท่าที่จะรับได้ ตามกำลังความสามารถ และขึ้นอยู่กับความสามารถของนักศึกษา ส่วนการปรับ ค่าหน่วยกิตหรือค่าลงทะเบียน ให้สถาบันการศึกษาพิจารณาว่า ถ้าขึ้นแล้วจะไม่ทำให้คนที่ยากจนหรือไม่มีเงิน เรียนต้องเดือนร้อน นายจำลอง ครุฑขุนทด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาครูช่วยราชการ ที่มีอยู่จำนวน 17,671 อัตรา ให้เสร็จสิ้นภายใจเดือนนี้ ส่วนในกรณีที่ครูช่วยราชการไม่สามารถย้ายกลับได้ ให้ครูช่วยราชการยื่นคำร้องเรียนชี้แจงถึงความจำเป็นของตน หรือความจำเป็นของหน่วยงาน ส่วนครู ช่วยราชการเมือง ซึ่งกำหนดไว้ว่า ให้ครูช่วยราชการ 4 คน ต่อรัฐมนตรีช่วย 1 คน สาเหตุต่อมาคือ ติดตามคู่สมรส รวมถึงครูช่วยราชการ มีอาการเจ็บป่วย หรือผู้ใกล้ชิดเจ็บป่วยไม่สามารถย้ายสถานที่ทำงานได้ ซึ่งจะคำนึงถึงความ ปลอดภัยของครูช่วยราชการที่อาจมีกรณีถึงแก่ชีวิต และสาเหตุสุดท้าย ครูช่วยราชการในโครงการพิเศษ เช่น โครงการพระราชดำริ ตามมติ ครม. หรือที่หน่วยงานราชการอื่นขอความร่วมมือเพื่อให้ช่วยราชการ ถึงแม้ว่าใน เบื้องแรกจะไม่สามารถแก้ปัญหาครูช่วยราชการได้ทั้งหมด แต่ก็สามารถทำให้คณะทำงานจับทิศทางของปัญหาที่ เกิดขึ้นได้ ไม่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะสามารถวางแผนในการแก้ปัญหาได้ ซึ่งจากข้อมูลครั้งนี้ จะทราบถึง จำนวนอัตราที่ขาด และจำนวนอัตราที่เกิน

 

การส่งเสริมการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 40 นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผย ถึงการส่งเสริมการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานว่า หลักสูตรปัจจุบันตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะภาษาต่างประเทศนั้นเป็นวิชาพื้นฐานสำหรับนักเรียนทุกคน ซึ่งภาษาต่างประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะที่เครื่องมือสำหรับติดต่อสื่อสาร ในสังคมโลกปัจจุบันและในอนาคตในเฉพาะ อย่างยิ่งภาษาอังกฤษ ซึ่งร้อยละ 80 ของประชากรโลกใช้เป็นสื่อกลางตลอดจนใช้เป็นภาษาสหประชาชาติติดตาม ความเคลื่อนไหวของโลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวต่อไปว่า การส่งเสริมการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อเข้าสู่ ตลาดแรงงานระดับล่างและระดับกลางนั้น นอกจากจะเป็นการยกระดับคุณภาพแรงงานแล้ว ยังต้องใช้ฝีมือแรงงาน ที่ได้ค่าแรงสูงด้วย และสามารถสื่อสารสนเทศไปสู่ประชาคมโลก ในการพัฒนาความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกันตลอด นำไปสู่สันติสุขในยุคโลกาภิวัตน์

 

การจัดสรรเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 40 นายสุวิทย์ วิสุทธิสิน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยว่า ตามที่กระทรวง ศึกษาธิการได้รับจัดสรรเงินในกองทุนฯ จำนวน 6,400 ล้านบาท เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาในสังกัดได้กู้ยืมเรียน ในปีการศึกษา 2540 นั้น ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ระงับการจัดสรรเงินให้จังหวัดต่าง ๆ ไว้ก่อน เนื่องจาก นายสุขวิช รังสิตพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า วงเงินตามระเบียบที่กำหนดให้ นักศึกษากู้ยืมเพื่อ เป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เพื่อให้เด็กได้กู้ตามค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่ง การทำเช่นนี้ยังจะทำให้เราสามารถบริการเด็กยากจนได้มากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่า ขณะนี้เปิด ภาคเรียนแล้ว อาจทำให้เด็กบางคนยังไม่ได้เข้าเรียนเพราะไม่มีเงินลงทะเบียนเรียน สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่กู้ ตั้งแต่ปีที่แล้วไม่มีปัญหา สามรถกู้ยืมได้ตามระเบียบเดิม โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้รับผิดชอบวงเงินที่เด็กกู้ ทั้งหมด ส่วนวงเงินที่ให้กู้ยืมปัจจุบันกำหนดไว้ว่า ระดับมัธยมปลาย กู้ได้ปีละไม่เกิน 55,440 บาท ระดับ อาชีวศึกษา หลักสูตร ปวช. 62,500 บาท ปวท. ปวส. และอนุปริญญา 70,240 บาท ส่วนปริญญาตรี 100,000 บาท ซึ่งนอกจากจะมีการพิจารณาปรับวงเงินแล้ว ยังจะมีการพิจารณาความเป็นไปได้ว่าในการจัดสรรเงินกองทุน ที่จะได้รับในปี 2541 จะได้แต่ละกรมเป็นผู้ดำเนินการเองได้หรือไม่ เพราะแต่ละกรมจะรู้ดีที่สุดว่า มีนักเรียน นักศึกษาในสังกัดจำนวนเท่าใด

 

จัดตั้งศูนย์วิทยาลัยเทคนิคเรียนจบแล้วให้ออกไปทำงาน

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 40 นายทองอยู่ แก้วไทรฮะ อธิบดีกรมอาชีวศึกษา เปิดเผยถึงการ จัดตั้งศูนย์วิทยาลัยเทคนิคขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้มีฐานะยากยนเรียนจบแล้วออกไปทำงาน โดยใช้พื้นที่วิทยาลัยเทคนิค สัตหีบและวิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีชลบุรี ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ว่า เป็นโครงการที่กรมอาชีวศึกษากำลังเร่ง ดำเนินการอยู่เพื่อเปิดสอนระดับช่างฝีมือ (ปวช.) และช่างเทคนิค (ปวส.) โดยผู้จบการศึกษาแล้วจะออกไปทำงาน และเป็นการขยายฐานการศึกษาพื้นฐาน 12 ปี เร่งรัดให้มีการผลิดพัฒนากำลังคนระดับกลางทางด้านอุตสาหกรรม และบริการในเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งศูนย์วิทยาลัยเทคนิคจะจัดตั้งขึ้นในบริเวณวิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีชลบุรีและวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รวมพื้นที่ประมาณ 370 ไร่ ซึ่งประกอบด้วย 9 วิทยาลัย 1 ศูนย์ และ 5 สำนัก ซึ่งวิทยาลัยใดพร้อมก็จะเปิดทำการเรียนการสอนในทันที เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2540 นี้เป็นต้นไป อธิบดีกรมอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า ศูนย์วิทยาลัยเทคนิคมีเป้าหมายในการรับนักเรียนให้ได้ 10,000 ถึง 20,000 คน ทั้งนี้จะให้ผู้มีฐานะยากจนมาเรียนมีที่พักและมีเงินกู้ให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อาทิเช่น ค่าเล่าเรียน อาหาร เสื้อผ้า และอื่น ๆ การดำเนินโครงการ ให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุนและด้านปริมาณการผลิต โดยผู้ที่จบ การศึกษาจะต้องมีความสามารถควบคุมงานและใช้เครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีงานรองรับเมื่อ สำเร็จการศึกษาแล้ว ศูนย์วิทยาบัยเทคนิคจะใช้งบประมาณในการจัดสร้างและดำเนินการรวมประมาณ 2,450.40 ล้านบาท และเพื่อความคล่องตัวการบริหารงานของศูนย์จะเป็นการบริหารงาน โดยคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ซึ่ง ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ี้

การเปิดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนระดับตำบล 
     
  เมื่อวันที่  15  พ.ค.  40   นางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เปิดเผย
ความคืบหน้าของนโยบายที่จะให้ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอทุกแห่ง เปิดศูนย์การเรียนในระดับตำบล
เพื่อให้เป็นจุดรับนักศึกษาสายสามัญ ในการอำนวยความสะดวกไม่ต้องเดินทางไปไกลว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจาก
จังหวัดต่าง ๆ หลายแห่ง แล้วสามารถเปิดศูนย์การเรียนได้อย่างกว้างขวางในลักษณะต่าง ๆ เช่น ได้ขอใช้อาคาร
หรือห้องเรียนที่ว่างของสถานศึกษาในระบบ โดยเฉพาะโรงเรียนประถมศึกษาอาศัยอาคารในวัด มีทั้งที่กุฎิพระ
และโรงเรียนวัดพระปริยัติธรรม รวมทั้งอาคารเรียนในวัดที่ไม่ใช้แล้ว ที่ทำการ อบต. ตลอดจนสถานีอนามัยและ
สถานที่ราชการต่าง ๆ และยังมีรูปแบบอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งจากการติดตามผลจนถึงขณะนี้ได้รับข้อมูลย้อนกลับมาว่า
นักเรียน นักศึกษา ได้รับความสะดวก  เพราะสามารถติดต่อลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมได้ในระดับตำบล ดังนั้น
จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งชุมชน โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ศูนย์การศึกษา
นอกโรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

โครงการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 40 นายจรูญ ชูลาภ เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฎ เปิดเผยถึงความก้าวหน้า ของโครงการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในสถาบันราชภัฎ 17 แห่งช่วง พ.ศ.2540 - 2544 ในระยะแรกของการดำเนินการมีความก้าวหน้าในระดับที่น่าพึงพอใจ สำหรับการกู้เงินจาก ธนาคารโลกเพื่อนำมาดำเนินการในโครงการ สามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2540 หรือ 90 วัน หลังลงนาม ในสัญญา นากจากนี้งานด้านบุคบากรสำเร็จตามเป้าหมาย โดยได้สรรหาบุคลากรมาปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับ ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนโครงการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ได้ดำเนินการในระยะที่ 1 ในสถาบัน ราชภัฎ 13 แห่ง ในส่วนภูมิภาคที่ขาดแคลนบุคลากร จัดฝึกอบรมทั้งในและต่างประเทศนอกจากนี้ได้ดำเนินการ ในโครงการต่อเรื่องของสถาบันราชภัฎ 17 แห่ง โดยใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารโลก 81.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,050 ล้านบาท และมีงบประมาณอีกจำนวนหนึ่ง รวมเป็นเงิน 3,505 ล้านบาท ทั้งนี้ จุดประสงค์หลักของ โครงการคือ ผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และครูด้านวิทยาศาสตร์ให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง เปิดโอกาส ให้อาจารย์และนักศึกษาทำงานวิจัย ศึกษาปัญหาท้องถิ่น นำความรู้จากการวิจัยเผยแพร่แก่ชุมชนและให้บริการแก่ ชุมชนด้วย พร้อมกับจัดอบรมครูวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ในสังกัด กรมสามัญศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาสของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การ พัฒนาการศึกษา

 

ปรับสวัสดิการศิลปินและผู้มีผลงานด้านวัฒนธรรมใหม่

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 40 นายพยุงศักดิ์ จันทรสุรินทร เลขาธิการคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ ในฐานะรองประะานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางคณะ กรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ซึ่งมี นายมีชัย วีระไวทยะ เป็นประธาน ได้ลงนามในระเบียบคณะ กรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ว่าด้วยการจัดสวัสดิการศิลปินและผู้มีผลงานทางวัฒนธรรมใหม่แล้ว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2540 เป็นต้นไป โดยระเบียบฯ ดังกล่าว ได้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ในการ ให้สวัสดิการแก่ศิลปิน และผู้มีผลงานทางวัฒนธรรมใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันหลายประการ เช่น เงินตอบแทนประจำศิลปินแห่งชาติเดิมได้เดือนละ 6,000 บาท ปรับเป็น 8,000 บาท เงินช่วยเหลือเมื่อ ประสบสาธารณภัย เดิมจ่ายได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท ปรับเป็นจ่ายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ปรับค่ารักษาพยาบาลค่าของเยี่ยมเยียนในโอกาสสำคัญ หรือยามเจ็บป่วย รวมทั้งค่าจ้างพิมพ์หนังสือเผยแพร่ผลงานในงานพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งเดิมจ่าย 80,000 บาท ปรับเป็น 120,000 บาท เป็นต้น สำหรับศิลปินพื้นบ้านดีเด่นและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม แม้จะไม่มี เงินค่าตอบแทนรายเดือนเช่นเดียวกับศิลปินแห่งชาติ แต่ก็ได้มีการปรับปรุงค่ารักษาพยาบาล ค่าช่วยเหลือเมื่อ ประสบสาธารณภัย ค่าเยี่ยมเยียนในยามเจ็บป่วย หรือโอกาสสำคัญ รวมทั้งค่าพิมพ์หนังสือแจกในงานศพใน วงเงินที่สูงขึ้นด้วย

 

การแก้ปัญหาขาดแคลนครู

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 40 นายอำรุง จันทานิช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู ได้อนุมัติอัตราเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูตั้งแต่ปี 2537- 2540 สำหรับผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่สถานศึกษาต้องการ เพื่อเปิดกว้างให้กับกรมที่มีสถานศึกษาจ้างสอน เพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู สำหรับการจ้างครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้วกลับมาสอนในสถานศึกษา จะเป็นการจ้างสอนแบบรายปีและจะไม่มีการผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น โดยให้มีการทำสัญญาปีต่อปี ส่วนเรื่องการประเมินผล การสอนของครูก็จะให้สถานศึกษาซึ่งเป็นผู้จ้างเป็นผู้ประเมินเอง สำหรับอัตราเงินเดือนที่จะจ้างครูเกษียณนี้จะจ่าย ให้ตามอัตราเงินเดือนล่าสุดของครูและจะไม่มีการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ กรมที่มีสถานศึกษาใน สังกัดจะต้องทำเรื่องเสนอจ้างครูพิเศษมาที่ ก.ค. เพื่อที่ ก.ค. จะได้อนุมัติให้ได้ตามความเหมาะสม เลขาธิการ ก.ค. ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินครูที่ ครม. ได้อนุมัติเงินให้แล้วจำนวน 500 ล้าน บาท ว่า ขณะนี้ทาง ก.ค. ได้หาวิธีการโอนเงินไปยังสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในกรณีหนี้ฉุกเฉิน และ สามารถหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว นี้ได้แล้ว โดยการโอนเงินเข้าบัญชีศึกษาธิการจังหวัด โดยผ่านทางธนาคารกรุงไทย และให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้รวบรวมสัญญาของครูที่เป็นหนี้ และในระดับอำเภอก็ให้ศึกษาธิการอำเภอเป็นผู้ รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ก.ค. ต้องรอหนังสืออนุมัติหลัการจากกระทรวงการคลังก่อน ซึ่งการโอนเงิน โดยผ่านส่วนกลางนี้ กระทรวงการคลังจะต้องเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งเรื่องนี้ยังล่าช้าอยู่ที่กระทรวงการคลัง เพราะ กระทรวงการคลังจะต้องตรวจสอบรายละเอียดในหลักการทั้งหมดให้แน่ชัดเสียก่อน